G6PD พร่องเอ็มไซด์
โรคแพ้ถั่วปากอ้า....
ภาวะพร่องเอนไซด์ G6PD ( G – 6 – PD Deficiency ) คือ
การมีระดับของเอนไซม์ G6PD ต่ำกว่าคนปกติ เอนไซม์
ชนิดนี้พบได้ในเม็ดเลือดแดง มีหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ
ป้องกันไม่ให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย โดยปกติเม็ดเลือดแดงของคนเราจะมีอายุ 120วัน
แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ชนิดนี้ หากได้รับยาบางอย่างหรือเป็นข้อห้ามรับประทานถั่วปากอ้า
หรือแม้กระทั่งเจ้บป่วยมีไข้ ยา อาหาร หรือการติดเชื้อ
จะเป็นตัวกระตุ้นให้เม็ดเลือดแดง แตก และทำให้เกิดภาวะซีด เหนื่อย อ่อนเพลีย ตา
ตัวเหลืองได้
ภาวะพร่องเอนไซด์ G6PD
ในเด็ก คืออะไร
ภาวะพร่องเอนไซด์ G6PD ( G – 6 – PD Deficiency ) คือ
การมีระดับของเอนไซม์ G6PD ต่ำกว่าคนปกติ เอนไซม์
ชนิดนี้พบได้ในเม็ดเลือดแดง มีหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ
ป้องกันไม่ให้เม็กเลือแดงแตกง่าย โดยปกติเม็ดเลือดแดงของคนเราจะมีอายุ 120วัน
แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ชนิดนี้
หากได้รับยาบางอย่างหรือเป็นข้อห้ามรับประทานถั่วปากอ้า
หรือแม้กระทั่งเจ็บป่วยมีไข้ ยา อาหาร หรือการติดเชื้อ
จะเป็นตัวกระตุ้นให้เม็ดเลือดแดง แตก และทำให้เกิดภาวะซีด เหนื่อย อ่อนเพลีย ตา
ตัวเหลืองได้
ภาวะพร่องเอนไซด์ G6PD
ในเด็ก มีสาเหตุเกิดจาก
สาเหตุของการพร่องเอนไซม์ G6PD
เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมของโครโมโซมเพศชนิดโครโมโซมเอ็กซ์
มีการถ่ายทอดยีน G6PD เป็นแบบ X-linked recessive จากมารดาโดยมีโอกาสที่ลูกชายจะเป็นโรคร้อยละ
50 ลูกสาวจะเป็นพาหะร้อยละ 50 ดังนั้นโรคนี้จึงพบในผู้ชายได้มากกว่าผู้หญิง
ภาวะพร่องเอนไซด์ G6PD
ในเด็ก มีอาการอย่างไร
อาการที่พบบ่อยที่สุด คือจะพบได้ในเด็กทารกอายุ
1-4 วัน ที่มีภาวะซีดจากการที่เม็ดเลือดแดงแตกอย่างฉับพลัน
โดยในเด็กทารกจะพบว่ามีอาการดีซ่านที่ยาวนานผิดปกติ ส่วนในผู้ใหญ่นั้นจะพบว่า
ปัสสาวะมีสีดำ ถ่ายปัสสาวะน้อยจนอาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันได้ นอกจากนี้
ยังส่งผลให้การควบคุมสมดุลของ Electrolytes (สารเกลือแร่ต่างๆในร่างกาย)
ของร่างกายเสียไปด้วย โดยเฉพาะการ
เกิดภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง
ภาวะพร่องเอนไซด์ G6PD
ในเด็ก และการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี
ในทารกแรกเกิดที่มีอาการตัวเหลือง
หลังคลอดที่มีระดับสารเหลืองเกินปกติจะต้องได้รับการรักษาด้วยการส่องไฟ เพื่อ
ให้แสงไฟทำปฏิกิริยากับสารเหลืองที่อยู่ในบริเวณผิวหนัง กลายเป็น
สารชนิดที่สามารถขับออกจากร่างกายได้ โดยสารเหลืองดังกล่าวจะขับออกมาจากปัสสาวะ
อุจจาระของ ทารกก็จะมีระดับสารเหลืองที่ลดลง
จนอยู่ในระดับปลอดภัยสามารถกลับบ้านได้
การดูแลทารกที่ที่มีภาวะพร่องหรือขาดเอนไซม์ G6PD
ดูแลทั่วไปเหมือนทารกปกติ สามารถดื่มนมแม่ได้แต่
มียาต้องห้ามและอาหารต้องห้ามเฉพาะโรคที่คุณแม่ควรเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งมักเป็นยาที่ไม่ได้ใช้กับทารกอยู่แล้ว
คุณแม่ต้องติดตามอาการและอาการแสดงอย่างต่อเนื่อง
เพราะลูกจะเหมือนคนปกติทั่วๆไป จะเเสดงอาการก็ต่อเมื่อ
ได้รับยาหรืออาหารต้องห้ามก็จะเกิดภาวะซีด ตัวเหลือง ตาเหลืองฉับพลัน
ปัสสาวะสีเข้มเหมือนสีโค๊ก หากซีดมาก จะมีอาการเหนื่อยจนต้องได้รับเลือด
คุณแม่ที่มีลูกน้อยพร่องG6PD
จะต้องตระหนักและเห็นความสำคัญัในการรับประทานอาหารและหลีกเลี่ยงยาที่มีผลต่อร่างกาย
เพราะฉะนั้นแล้ว หากมีโอกาสตองเข้ารับการรักษาหรือต้องได้รับยา จะต้องแจ้งแพทย์
เภสัชกร พยาบาล ให้ทราบทุกครั้ง ว่ามีภาวะผิดปกติของภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD
คุณแม่พกบัติผู้ป่วยพร่องG6PD
ทางโรงพยาบาลจะออกให้เมื่อตรวจพบ
ภาวะพร่องเอนไซด์ G6PD
ในเด็ก ควรหลีกเลี่ยงอาหารและยาประเภทใด
⏭แอสไพริน
➔คลอแรมเฟนคอล
⏭คลอโรควีน
➔ซิโปรฟลอกซาซิน
⏭ลีโวฟลอกวาซิน
➔แดปโซน
⏭เมฟโฟลลควิน
➔เมนทอล
⏭เมทิลีน บลู
➔แนพทาลีน
⏭ไนโตรฟูแลนดตอิน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น